อาหารมงคลปีใหม่ ใน เทศกาลปีใหม่ ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองด้วยเสียงพลุและนั่งกินข้าว แต่ยังเป็นช่วงเวลาของการเริ่มต้นใหม่สำหรับใครหลาย ๆ คน หลายคนตั้งเป้าหมายและวางแผนชีวิตไว้มากมาย ไม่ว่าจะซื้อของที่ชอบ ไปที่ที่อยากไป หรือทำตามความฝันของตัวเอง ทุกความตั้งใจล้วนเต็มไปความหวัง และความมุ่งมั่นที่จะกล้าเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ
และหากยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นปีใหม่จากอะไรดี บางทีเราอาจเริ่มต้นง่าย ๆ จาก “การกิน” ก่อนก็ได้ค่ะ เพราะในแต่ละประเทศทั่วโลกต่างมีความเชื่อเกี่ยวกับ “อาหารมงคล” ที่เชื่อว่ากินแล้วจะช่วยนำพาโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความสุขตลอดทั้งปี
และวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จัก 12 เมนูอาหารมงคลปีใหม่จากทั่วโลก ที่ไม่เพียงแต่อร่อย แต่ยังแฝงไปด้วยความหมายและเรื่องราวดี ๆ เหมาะสำหรับการเริ่มต้นปีใหม่ให้อิ่มทั้งท้องและอิ่มทั้งใจไปพร้อมกันค่ะ
เมนูอาหารมงคลปีใหม่จากทั่วโลก ความหมายดี กินแล้วเฮง!
1. ลาบ – Thai

เปิดรายชื่อด้วยเมนูไทยแท้ ๆ อย่าง “ลาบ” อาหารที่ชื่อฟังดูเป็นมงคลในตัวเองอยู่แล้ว เพราะคำว่า “ลาบ” พ้องเสียงกับ “ลาภ” ซึ่งหมายถึงโชคลาภและความร่ำรวย ลาบเป็นอาหารที่มีส่วนผสมหลักจากเนื้อสับปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว ข้าวคั่ว และสมุนไพรหอม ๆ มักรับประทานในงานเฉลิมฉลองและพิธีมงคลต่าง ๆ ของภาคอีสาน ด้วยความเชื่อว่าการกินลาบในวันปีใหม่จะช่วยเรียกโชค เรียกเงิน และนำพาสิ่งดี ๆ มาตลอดทั้งปี
รสชาติ – เผ็ดจัด เปรี้ยวมะนาว หอมข้าวคั่ว สดชื่นด้วยสะระแหน่และต้นหอม กินคู่ข้าวเหนียวนึ่ง
2. เกี๊ยว – China

อาหารขาดไม่ได้บนโต๊ะจีนในคืนส่งท้ายปีเก่า เกี๊ยวหรือเจี่ยวจื่อมีรูปทรงคล้ายกับ “หยวนเปา” เงินตราโบราณของจีน จึงเชื่อกันว่ากินแล้วจะร่ำรวยตลอดปี ธรรมเนียมดั้งเดิมคือทั้งครอบครัวจะนั่งห่อเกี๊ยวร่วมกัน บางบ้านยังซ่อนเหรียญหรือถั่วลิสงไว้ในไส้ ใครได้กินเกี๊ยวชิ้นนั้น ถือว่าโชคดีเป็นพิเศษในปีใหม่
รสชาติ – แป้งนุ่มหนึบ ไส้ฉ่ำหอมขิงและต้นหอม กินกับน้ำจิ้มซีอิ๊วดำและน้ำส้มสายชูจีน
3. โอเซจิเรียวริ – Japan

ชุดอาหารมงคลสุดอลังการของญี่ปุ่น ที่จัดเรียงอย่างงดงามในกล่องซ้อนชั้น “จูบาโกะ” แต่ละเมนูล้วนมีความหมายดีงาม เช่น ถั่วดำคุโรมะเมะ สื่อถึงความขยันและสุขภาพแข็งแรง, ไข่ปลาคาซุโนะโกะ หมายถึงลูกหลานเจริญรุ่งเรือง และกุ้งเอบิ สื่อถึงอายุยืนยาว สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเฮอัน เพื่อต้อนรับโทชิงามิ เทพเจ้าแห่งปีใหม่ ผู้นำพาความโชคดีและความมั่งคั่งมาตลอดทั้งปี
รสชาติ – หลากหลายในกล่องเดียว ทั้งหวาน เค็ม อูมามิ แต่ละชิ้นปรุงอย่างพิถีพิถัน
4. ต็อกกุก – South Korea

ซุปแห่งปีใหม่ของชาวเกาหลีที่กินแล้ว “อายุเพิ่มขึ้น 1 ปี” ตามความเชื่อดั้งเดิม ต็อกกุกทำจากแผ่นต็อก (ข้าวเหนียวนึ่ง) หั่นเป็นชิ้นกลมรีในน้ำซุปใสรสกลมกล่อม รูปทรงกลมของต็อกสื่อถึงดวงอาทิตย์ ความบริสุทธิ์ และเหรียญเงิน เชื่อว่าช่วยเรียกโชคลาภ ชาวเกาหลีทุกบ้านจะต้องทานต็อกกุกในเช้า วันซอลลัล (ปีใหม่จันทรคติ) เพื่อเริ่มต้นปีใหม่อย่างเป็นมงคล
รสชาติ – น้ำซุปใสหวานละมุนจากกระดูกวัว เค้กข้าวนุ่มหนึบ เสิร์ฟพร้อมเนื้อฉีก ไข่เส้น และสาหร่าย
5. บั๋นจึง – Vietnam

ข้าวต้มมัดสี่เหลี่ยมห่อใบตองของเวียดนาม ที่มีประวัติยาวนานกว่าพันปีและผูกพันกับ เทศกาลเต็ด (ปีใหม่เวียดนาม) มาโดยตลอด บั๋นจึงทำจากข้าวเหนียว ไส้ถั่วเขียว และเนื้อหมู ห่อด้วยใบตองเป็นรูปสี่เหลี่ยมสื่อถึงแผ่นดิน ตามตำนานเล่าว่าเจ้าชายหลางเลียวถวายบั๋นจึงแก่กษัตริย์ฮุ่งเพื่อแสดงถึงความกตัญญู จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการระลึกถึงบรรพบุรุษและความอุดมสมบูรณ์
รสชาติ – ข้าวเหนียวนุ่มหนึบ ไส้ถั่วเขียวและหมูสามชั้นกลมกล่อม หอมใบด่อง กินคู่ผักดอง
6. องุ่น 12 ลูก – Spain

ธรรมเนียมสุดคึกคักของชาวสเปน ที่เมื่อนาฬิกาตีบอกเที่ยงคืนวันสิ้นปี ทุกคนจะต้องกินองุ่น 12 ลูกให้ครบพร้อมกับเสียงระฆัง 12 ครั้ง โดยแต่ละลูกแทนโชคดีของแต่ละเดือนตลอดปีใหม่ หากกินได้ครบและทันทุกครั้งตามเสียงระฆัง เชื่อว่าจะโชคดีตลอด 12 เดือน ธรรมเนียมนี้เริ่มต้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และยังคงได้รับความนิยมไปทั่วโลกที่ใช้ภาษาสเปน
รสชาติ – องุ่นหวานฉ่ำ บางปีก็เปรี้ยวนิด ๆ ความสนุกอยู่ที่การแข่งกินให้ทันเสียงนาฬิกา
7. ถั่วเลนทิล – Italy

ชาวอิตาเลียนเชื่อว่าการกินถั่วเลนทิลในคืนส่งท้ายปีจะนำโชคลาภและความมั่งคั่งมาให้ เพราะรูปทรงกลมแบนของถั่วนั้นคล้ายกับเหรียญเงิน และยิ่งกินมากก็ยิ่งได้เงินมาก! นิยมเสิร์ฟพร้อม “คอเท็กคิโน” ไส้กรอกหมูรสเข้มข้น ซึ่งหมูก็เป็นสัตว์มงคลสื่อถึงความร่ำรวยในวัฒนธรรมยุโรปด้วย ดูโอ้คู่นี้จึงกลายเป็นเมนูต้อนรับปีใหม่คู่ขวัญของชาวอิตาลี
รสชาติ – ถั่วนุ่มกลมกล่อม ต้มกับผักและเครื่องเทศ อุ่นท้องเหมาะกับอากาศหนาวของฤดูหนาวอิตาลี
8. หอยนางรม – France

สำหรับชาวฝรั่งเศส ปีใหม่ขาดหอยนางรมไม่ได้ เมนูหรูหราที่เสิร์ฟสดบนน้ำแข็งพร้อมมะนาวและซอสชาลอต ถือเป็นสัญลักษณ์ของความสุขและความอุดมสมบูรณ์ ในทางวัฒนธรรมฝรั่งเศสหอยนางรมถูกมองว่าเป็นอาหารแห่งการเฉลิมฉลองที่หรูหรา และเชื่อกันว่าโลหะในหอยนางรมจะนำพาความมั่งคั่งมาให้ผู้กิน โต๊ะอาหารปีใหม่ฝรั่งเศสจึงมักอัดแน่นด้วยหอยนางรมนับโหลโดยไม่ขาด
รสชาติ – สดเย็น รสเค็มกลมกล่อมจากทะเล นิยมกินดิบกับมะนาวและซอส Mignonette
9. หมูย่าง – Germany

ในวัฒนธรรมเยอรมัน หมูคือสัตว์แห่งโชคลาภ เพราะในยุคโบราณเกษตรกรที่มีหมูถือว่ามั่งคั่ง คำว่า “Schwein haben” (มีหมู) ในภาษาเยอรมันยังแปลว่า “โชคดี” อีกด้วย! หมูย่างหรือของตกแต่งรูปหมูน้อยทำจากมาร์ซิปันจึงเป็นของขวัญและอาหารมงคลยอดนิยมในคืนซิลเวสเตอร์ (Silvester) หรือวันส่งท้ายปีเก่าของชาวเยอรมัน เพื่อนำพาโชคดีและความมั่งมีเข้าสู่ปีใหม่
รสชาติ – หนังกรอบ เนื้อนุ่มฉ่ำ หอมควัน เสิร์ฟกับกะหล่ำปลีดองและมันฝรั่ง
10. สลัดโอลิวิเยร์ – Russia

สลัดขาดไม่ได้บนโต๊ะปีใหม่ของชาวรัสเซีย ประกอบด้วยมันฝรั่ง ไข่ต้ม แครอท ถั่วลันเตา ไส้กรอก และแตงกวาดอง คลุกเคล้าด้วยมายองเนส คิดค้นโดยเชฟลูเซียน โอลิวิเยร์ในมอสโกช่วงทศวรรษ 1860 สลัดนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความอบอุ่น ครอบครัว และการรวมตัว ชาวรัสเซียเชื่อว่าโต๊ะปีใหม่ที่อุดมสมบูรณ์จะนำพาความสุขและความรุ่งเรืองมาตลอดปี
รสชาติ – มันฝรั่ง แครอท ไข่ต้ม แตงกวาดอง หั่นเต๋าคลุกมายองเนส รสครีมมี่กลมกล่อม
11. ถั่วตาดำ – สหรัฐอเมริกา US

ธรรมเนียมสุดเก่าแก่จากภาคใต้ของสหรัฐฯ ที่เชื่อว่าการกินถั่วตาดำในวันปีใหม่จะนำโชคลาภและเงินทองมาให้ เพราะรูปทรงของถั่วคล้ายเหรียญ มักเสิร์ฟในรูปแบบ “Hoppin’ John” คือถั่วตาดำต้มกับข้าวและเนื้อหมูรมควัน บางบ้านยังแอบซ่อนเหรียญไว้ในหม้อ ใครตักได้จะโชคดีเป็นพิเศษ ธรรมเนียมนี้สืบทอดมาตั้งแต่สมัยสงครามกลางเมืองและยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน
รสชาติ – ถั่วนุ่มหอมรมควัน เคี่ยวกับเบคอนหรือแฮม ผักใบเขียวผัดกระเทียมรสเข้มข้น
12. วาซิโลพิตา – Greece

ขนมปังหรือเค้กมงคลแห่งปีใหม่ของชาวกรีก ตั้งชื่อตามนักบุญ วาซิลิออส (Saint Basil) ผู้อุปถัมภ์ของกรีซที่มีวันฉลองตรงกับวันที่ 1 มกราคม ความพิเศษคือการซ่อน “เหรียญ” ไว้ภายในเนื้อขนม ครอบครัวจะตัดวาซิโลพิตาพร้อมกันในวันปีใหม่ ใครได้ชิ้นที่มีเหรียญถือว่าจะโชคดีตลอดปี เป็นช่วงเวลาสนุกและอบอุ่นที่ชาวกรีกทุกบ้านรอคอย
รสชาติ – เค้กหอมส้มหรือมะนาว นุ่มชุ่มชื้น โรยน้ำตาลไอซิ่งหน้าสวยงาม บางสูตรใส่ถั่วหรือผลไม้อบแห้ง
บทส่งท้าย
อาหารมงคลปีใหม่ จากทั่วโลกเหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังเป็นสายใยที่เชื่อมคนในครอบครัวให้มานั่งล้อมโต๊ะด้วยกัน เป็นวัฒนธรรมที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นคำอวยพรที่อร่อยที่สุดในโลก เพราะบางครั้งความรักก็ไม่ต้องพูด แค่ตักให้กันสักคำก็พอ


